วิธีกำจัดอีโก้มาให้เพื่อนๆได้ลองอ่าน ซึ่งสุดท้ายมันจะไม่ใช่แค่การกำจัดอีโก้ แต่มันจะยิ่งยกระดับจิตใจและความเก่งของเราให้สูงขึ้นด้วยซ้ำ
1. เรียนรู้อยู่ตลอดเวลาทำตัวให้เป็นน้ำเต็มแก้ว
นี่เป็นสิ่งที่ทำง่ายและสนุกที่สุด คุณอาจจะคิดว่าหนอนหนังสืออย่างผมจะแนะนำให้อ่านหนังสือลูกเดียว แต่ไม่ครับ คุณจะฟัง podcast ดูสารคดี อ่านบทความ นิตยสาร ฝึกวาดรูป เล่นดนตรี ซ้อมกีฬา หรือแม้กระทั่งนั่งคุยกับคนเก่งๆก็ได้ทั้งนั้น ทำอะไรก็ได้ที่เรารัก และมันให้คุณค่ากับตัวเราเอง
2. ฝึกเป็นผู้ฟังที่ดีอยู่สมำ่เสมอ
ครั้งล่าสุดที่คุณได้ฟังคนอื่นพูดคือเมื่อไหร่? ผมหมายถึงฟังจริงๆ ฟังแบบที่เราไม่ได้คิดถึงคำต่อไปที่เราจะพูด ฟังแบบที่เราไม่ได้ยินอะไรนอกจากเสียงของเขา ฟังแบบที่เราไม่ตัดสินแต่เราฟังเพื่อทำความเข้าใจจริงๆ
สังคมทุกวันนี้ไม่ได้ขาดคนพูด TED talk แทบจะขี่คอกันพรีเซ้น Podcast แข่งกันผุดขึ้นอย่างกับดอกเห็ด สิ่งที่สังคมเราขาดจริงๆคือคนฟัง
3. อย่าพยายามพิสูจน์ตัวเองทุกโอกาสอยู่แบบเรียบง่ายให้เป็นนิสัยไม่เหนือโชว์ใคร?
คนที่อีโก้สูงก็คือคนที่น่าสงสารคนหนึ่ง เพราะเขาจะรู้สึกว่าต้องพิสูจน์ตัวเองทุกๆสถานการณ์ เหมือนคนที่พยายามซื้อของแพงๆเพื่อทำให้ตัวเองดูรวย แต่คนรวยจริงเขาไม่จำเป็นต้องพิสูจน์อะไรเลย
ตัวตนของเรามีค่ามากกว่านั้น แค่เหตุการณ์เดียวมันไม่ได้กำหนดอะไร เราจำเป็นที่จะต้องปล่อยวางบ้าง อย่ากลัวที่จะไม่รู้ อย่ากลัวที่จะเป็นคนผิด และอย่ากลัวที่จะเป็นคนไร้ตัวตน
4. ช่วยเหลือคนอื่นให้เป็นนิสัย
ถ้าคนอีโก้สูงคือคนที่เอาตัวเองเป็นหลัก การช่วยเหลือคนอื่นนี่แหละคือยาแรงสำหรับอาการนี้ เพราะถ้ามัวแต่ขลุกอยู่กับโลกของตัวเอง ปัญหาของตัวเอง อาจจะลืมไปว่ายังมีคนอีกมากมายที่ต้องการความช่วยเหลือ และอาจจะลืมไปว่าการช่วยเหลือคนเหล่านี้มันรู้สึกดีขนาดไหน
มันอาจจะไม่ต้องใหญ่โตขนาดว่าบริจาคเงินเป็นแสนเป็นล้าน บินไปเป็นอาสาสมัครที่แอฟริกา แค่ทำสิ่งเล็กๆที่เราทำได้เพื่อช่วยเหลือคนรอบข้างหรือสังคมให้ดีขึ้นทุกวันมันก็ยอดเยี่ยมแล้ว
และเมื่อเราเรียนรู้ที่จะเป็นผู้ให้ เราก็จะยิ่งให้เรื่อยๆ วงการนี้เข้าแล้วออกยาก เพราะความรู้สึกดีจากการให้มันมหาศาลจริงๆ
5. ปรบมือให้กับความสำเร็จ (ของคนอื่นและเพื่อนๆ)
เมื่อคนรอบข้างของเราประสบความสำเร็จ มันก็เป็นเรื่องปกติที่เราจะรู้สึกอิจฉาบ้าง โดยเฉพาะเมื่อคนคนนั้นคือคนที่เราเอาตัวเองไปเปรียบเทียบ สิ่งที่ง่ายที่สุดในการทลายความรู้สึกนี้คือการปรบมือให้กับความสำเร็จของเขา
แม้เราจะรู้สึกว่าต้องขืนใจตัวเองมากๆในตอนแรก แต่หลังจากที่เราชื่นชมและยินดีกับเขาด้วยความใจจริง เราจะรู้สึกดีเหมือนเรากำลังฉลองให้กับความสำเร็จของตัวเอง แล้วเราจะเป็นอิสระจากกำแพงที่กั้นเราไว้มานาน
ขอบคุณข้อมูล https://medium.com/