ภูมิคุ้มกัน (immunity) ในที่นี้หมายถึงภูมิคุ้มกันต่อโรคติดเชื้อของคนเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรคติดเชื้อไวรัสที่ระบาดง่าย เช่น หัด หัดเยอรมัน คางทูม อีสุกอีใส ไข้หวัดใหญ่ โรคโควิด-19 เป็นต้น
Herd immunity หรือ ภูมิคุ้มกันหมู่ เกิดได้ใน 2 ลักษณะ ได้แก่
❶ ภูมิคุ้มกันที่เกิดตามธรรมชาติ เกิดจากคนเราเกิดติดเชื้อ (เช่น เชื้อหวัด ไข้หวัดใหญ่) เข้าร่างกาย แล้วร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อโรคนั้นขึ้นมาได้เอง เมื่อรับเชื้อครั้งใหม่ภูมิคุ้มกันก็จะทำลายเชื้อ ทำให้ไม่เป็นโรคนั้นๆ ได้
❷ ภูมิคุ้มกันที่เกิดจากวัคซีน ทำให้ป้องกันโรคได้ กล่าวคือ หลังจากร่างกายได้รับวัคซีนจนมีภูมิคุ้มกันแล้ว เมื่อติดเชื้อ (ซึ่งมีวัคซีนใช้ป้องกันโรคที่เกิดจากเชื้อชนิดนั้นได้ เช่น วัคซีนป้องกันหัด หรือไข้หวัดใหญ่ เป็นต้น) ก็จะไม่เป็นโรคนั้นๆ
ในการป้องกันการระบาดของโรค ด้วยหลักของ herd immunity หรือภูมิคุ้มกันหมู่นั้น จำเป็นต้องทำให้คนส่วนใหญ่ในชุมชน (ราวๆ ร้อยละ 80 ขึ้นไป) เกิดภูมิคุ้มกัน จะโดยธรรมชาติ (รอให้คนหมู่มากติดเชื้อกันแล้ว) หรือโดยการฉีดวัคซีน (คนที่ยังปกติดีได้รับวัคซีนกันเกือบถ้วนทั่ว) หรือทั้งสองอย่างรวมกันก็ได้
กรณีตัวอย่างของโรคหัดหรือหัดเยอรมัน
ในสมัยเก่าก่อน ที่ยังไม่มีการผลิตวัคซีนใช้ พบว่าโรคหัดระบาดทุกๆ 2-3 ปี
บางท่านอาจสงสัยว่าทำไมจึงไม่พบการระบาดทุกปีเล่า
คำตอบ ก็คือ เกี่ยวข้องกับของ herd immunity หรือภูมิคุ้มกันหมู่ นั่นเอง
-ขอบคุณข้อมูล
https://www.dmh.go.th/