จำนวนเชิงซ้อน (Complex Numbers)-การคูณจำนวนเชิงซ้อนด้วยจำนวนเชิงซ้อน และ สังยุคของจำนวนเชิงซ้อน ม.5
กำหนดให้ | z1 | = | a + bi |
z2 | = | c + di | |
จะได้ | z1z2 | = | (a + bi)(c + di) |
= | a(c + di) + (bi)(c +di) | ||
= | ac + adi + bic + bidi | ||
= | ac + adi + bci + bdi2 | ||
= | ac + adi + bci + bd(-1) | ||
= | ac – bd + adi + bci | ||
= | (ac – bd) + (adi + bci) | ||
ดังนั้น | z1z2 | = | (ac – bd) + (ad + bc)i |
|
|||||||||||
|
|||||||||||
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|
|||||||||||||
|
|||||||||||||
สังยุคของจำนวนเชิงซ้อน
ในทางคณิตศาสตร์ สังยุคของจำนวนเชิงซ้อน (complex conjugate) เปรียบได้กับการเปลี่ยนเครื่องหมายบนส่วนจินตภาพของจำนวนเชิงซ้อนนั้นให้เป็นตรงข้าม เช่น กำหนดให้จำนวนเชิงซ้อน z = a + ib ดังนั้นสังยุคของ z คือ
z = a − ib (เมื่อ a กับ b แทนจำนวนจริง)
การบ่งบอกว่าจำนวนเชิงซ้อนใดเป็นสังยุค ให้เขียนขีดเส้นตรงไว้เหนือจำนวนเชิงซ้อน หรือใส่เครื่องหมายดอกจัน (*) ไว้ที่มุมขวาบน เช่น z* แต่ในที่นี้จะใช้ขีดเพื่อไม่ให้สับสนกับสัญลักษณ์ของการสลับเปลี่ยนสังยุค (conjugate transpose) ของเมทริกซ์ ดังตัวอย่าง
แนวความคิดอีกอย่างหนึ่งคือการให้จำนวนเชิงซ้อนเป็นพิกัดอยู่บนระนาบในระบบพิกัดคาร์ทีเซียน โดยให้แกน x เป็นส่วนจริงและแกน y เป็นสัมประสิทธิ์ของ i (ส่วนจินตภาพ) ในแผนภาพทางขวามือ พิกัดของจำนวนเชิงซ้อนสังยุคเปรียบเหมือนภาพสะท้อนที่อยู่บนแกน x
สำหรับฟังก์ชัน ที่เป็นฟังก์ชันฮอโลมอร์ฟิก (holomorphic function) และ มีการนิยามไว้แล้ว จะได้
|
สมบัติกำหนดให้ z, z1 และ z2 เป็นจำนวนเชิงซ้อน จะได้ว่า