ข่าวสาร เกร็ดความรู้ทั่วไป
การถ่ายโอนความร้อน หรือ การถ่ายเทความร้อน (Heat Transfer) การถ่ายโอนความร้อน หรือ การถ่ายเทความร้อน (Heat Transfer) คือ การถ่ายโอนความร้อน หรือ การถ่ายเทความร้อน (Heat Transfer) สามารถเคลื่อนที่ได้ 3 รูปแบบ คือ การนำความร้อน การพาความร้อน และการแผ่รังสีความร้อน พฤติกรรมทางความร้อนจะเคลื่อนที่จากอุณหภูมิสูงไปยังอุณหภูมิต่ำ ยกตัวอย่างเช่น น้ำแข็งในแก้วน้ำที่มีน้ำอยู่ น้ำจะมีอุณหภูมิสูงกว่าจึงถ่ายเทความร้อนไปที่น้ำแข็งที่มีอุณหภูมิเย็นกว่า ทำให้น้ำแข็งละลาย และหยุดถ่ายเทความร้อนต่อเมื่อมันมีอุณหภูมิที่เท่ากัน
ความสัมพันธ์ (RELATION) Rเป็นความสัมพันธ์จาก A ไป B ก็ต่อเมื่อ R เป็นสับเซตของ A X B โดเมน (Domain) และ เรนจ์ (พิสัย) (Range) โดเมน (Domain) ของความสัมพันธ์ r คือ เซตที่มีสมาชิกตัวหน้าของทุกคู่อันดับในความสัมพันธ์ r ใช้สัญลักษณ์แทนด้วย Dr ดังนั้น Dr = {x | (x, y) ε r} เรนจ์ (Range) ของความสัมพันธ์ r คือ เซตที่มีสมาชิกตัวหลังของทุกคู่อันดับในความสัมพันธ์ r ใช้สัญลักษณ์แทนด้วย R rดังนั้น Rr = {y | (x, y) ε r}
คณิตศาสตร์ เรื่องคู่อันดับและกราฟ คู่อันดับเป็นการแสดงความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกของกลุ่มสองกลุ่ม 1. นักเรียนทบทวนเรื่องความหมายของ คู่อันดับ โดยครูเขียนตารางและแผนภาพแสดงการจับคู่ระหว่างจำนวนดินสอและราคา บนกระดาน ดังนี้
ประสาทวิทยาศาสตร์ (Foundation of Neuroscience) ระบบประสาทของมนุษย์ การศึกษาทางวิทยาศาสตร์ของระบบประสาทเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ยี่สิบส่วนใหญ่เนื่องจากความก้าวหน้าในทางอณูชีววิทยา , แม่เหล็กและประสาทการคำนวณ สิ่งนี้ทำให้นักประสาทวิทยาสามารถศึกษาระบบประสาทได้ในทุกแง่มุมไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างอย่างไรทำงานอย่างไรพัฒนาอย่างไรความผิดปกติอย่างไรและจะเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร
ฟิสิกส์ดาราศาสตร์และประสาทศัลยแพทย์ชาวอิตาลี ใช้การคำนวณทางคณิตศาสตร์ศึกษาเปรียบเทียบความคล้ายคลึงเชิงโครงสร้าง รวมทั้งคุณสมบัติอื่น ๆ ที่ใกล้เคียงกันอย่างน่าประหลาด ระหว่างสมองมนุษย์ที่เล็กกะจ้อยร่อยกับจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาล มีกฎธรรมชาติบางอย่างคอยกำกับให้สรรพสิ่งเกิดระเบียบขั้นพื้นฐาน ซึ่งเป็นตัวการทำให้สิ่งที่ดูผิวเผินแล้วแตกต่างกันอย่างมาก อย่างเช่นสมองมนุษย์กับห้วงจักรวาล กลับมีบางอย่างที่เหมือนกันในสาระสำคัญได้
พื้นที่ผิวและปริมาตร บทเรียนต่างๆ – ภาคตัดกรวย – ปริมาตรทรงกรวย (animation) – สมบัติของพีระมิด – พีระมิดยอดตัด – สมบัติของพีระมิด – พื้นที่ผิวและปริมาตร – สมบัติของปริซึม – พื้นที่ผิวของปริซึม – สมบัติของปริซึม – ปริมาตรของปริซึม – เรขาคณิตพื้นฐาน – ปริมาตรและพื้นที่ผิว – การวัดและพื้นที่แบบทดสอบความรู้ – พื้นที่ผิวและปริมาตร – พื้นที่ผิวและปริมาตร – พื้นที่ผิวและปริมาตร
ตัวเชื่อมประพจน์และค่าความจริงของประพจน์ที่มีตัวเชื่อม การเชื่อมประพจน์ด้วยตัวเชื่อมต่างๆ โดยปกติเมื่อกล่าวถึงข้อความหรือประโยคนั้นมักจะมีกริยามากว่าหนึ่งตัว แสดงว่าได้นำประโยคมาเชื่อมกัน มากกว่าหนึ่งประโยค ดังนั้นถ้านำประพจน์มาเชื่อมกัน ก็จะได้ประพจน์ใหม่ ซึ่งสามารถบอกได้ว่าเป็นจริงหรือเป็นเท็จ ตัวเชื่อมประพจน์ที่มีอยู่ 5 ตัว และตัวเชื่อมที่ใช้กันมากในตรรกศาสตร์ คือ และ หรือ ถ้าแล้ว ก็ต่อเมื่อ ไม่ กำหนดให้ p และ q เป็นประพจน์ใดๆ เราสามารถเชื่อมประพจน์ทั้งสองเข้าด้วยกันได้ โดยอาศัยตัวเชื่อมประพจน์ดังต่อไปนี้
ตรรกศาสตร์(Logic) ประพจน์ (Propositions หรือ Statements)

เสียงกับการได้ยิน ฟิสิกส์ ม.ปลาย เสียงเกิดขึ้นได้อย่างไร เสียง เป็นคลื่นกลที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของวัตถุ เมื่อวัตถุเกิดการสั่นสะเทือน จะทำให้เกิดการอัดตัว และขยายตัวของคลื่นเสียง และถูกส่งผ่านตัวกลางที่เป็นสสารอยู่ในสถานะ ก๊าซ ของเหลว ของแข็ง (คลื่นเสียงจะไม่ผ่านสุญญากาศ) ไปยังหู ทำให้ได้ยินเสียงเกิดขึ้นเสียงเกิดขึ้น เมื่อวัตถุหรือแหล่งกำเนิดเสียง มีการสั่นสะเทือน ส่งผลต่อการเคลื่อนที่ของโมเลกุลของอากาศที่อยู่โดยรอบกล่าวคือโมเลกุลของอากาศเหล่านั้นจะเคลื่อนที่จากตำแหน่งแหล่งกำเนิดเสียงไปชนกับโมเลกุลของอากาศที่อยู่ถัดออกไป จะเกิดการถ่ายโอนโมเมนตัมจากโมเลกุลที่มีการเคลื่อนที่ไปให้กับโมเลกุลของอากาศ ที่อยู่ในสภาวะปกติ จากนั้นโมเลกุลที่ชนกันจะแยกออกจากกันโดยโมเลกุลของอากาศที่เคลื่อนที่มาชนจะถูกดึงกลับไปยังตำแหน่งเดิมด้วยแรงปฎิกิริยา และโมเลกุลที่ได้รับการถ่ายโอนพลังงาน ก็จะเคลื่อนที่ต่อไปและไปชนกับโมเลกุลของอากาศที่อยู่ถัดไป เป็นดังนี้ไปเรื่อยๆ จนเคลื่อนที่ไปถึงหู เกิดการได้ยินขึ้นปรากฏการณ์นี้จะเกิดสลับกันไปมาได้เมื่อสื่อกลางหรือตัวกลางคืออากาศซึ่งมีคุณสมบัติยืดหยุ่น การเคลื่อนที่ของโมเลกุลอากาศจะเกิดเป็นคลื่นเสียง
Adverb of Frequency (กริยาวิเศษบอกความถี่) Adverb of Frequency (กริยาวิเศษบอกความถี่) คือ คำที่ใช้บอกความถี่ของเหตุการณ์ หรือ การกระทำต่างๆว่ามีความบ่อยมากน้อยขนาดไหนซึ่งเรามักจะเจออยู่ใน Present simple tense (รูปประโยคปัจจุบัน) ในภาษาอังกฤษมีการใช้สิ่งที่เรียกว่า Adverbs of frequency (กริยาวิเศษณ์บอกความถี่) เพื่อบอกความบ่อยครั้งในการเกิดเหตุการณ์หรือความถี่ในสิ่งที่เราทำ ปกติแล้วกริยาวิเศษณ์บอกความถี่จะใช้คู่กับประโยคแบบ Present simple tense (รูปกาลปัจจุบัน) เพราะประโยคแบบนี้มักจะใช้กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ เป็นกิจวัตรนั่นเอง